ข่าวไอที (IT News)
News
ข่าวไอที ไทยแวร์เป็น ข่าวไอทีล่าสุด คุณภาพที่เราคัดสรรมาให้คุณ ตื่นนอนมาอ่าน ข่าวไอทีวันนี้ จากหลายๆ แหล่งที่เชื่อถือได้

แฮกเกอร์ใช้ Microsoft Graph API เป็นช่องทางสื่อสารของมัลแวร์

แฮกเกอร์ใช้เซอร์วิส OneDrive เป็น C2 server ผ่าน Microsoft Graph API ให้มัลแวร์ทำงานโดยไม่เปลืองทรัพยากร
แฮกเกอร์ใช้ Microsoft Graph API เป็นช่องทางสื่อสารของมัลแวร์

  16 พฤษภาคม 2567      3,007
4 (1 โหวต)   
ยกเลิก

ปีนี้แลดูจะเป็นปีที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับไมโครซอฟท์ ที่ถึงแม้จะมีโครงการใหญ่น่าตื่นเต้นมากมาย แต่ในด้านความปลอดภัยนั้นทางบริษัทกลับต้องประสบภัยทั้งด้านการโดนแฮกข้อมูล ถูกหน่วยตรวจสอบจากทางรัฐติเตียนเรื่องนโยบายด้านความปลอดภัย และสำหรับข่าวนี้อาจทำให้ทางไมโครซอฟท์ต้องหนักใจอีกครั้ง

รายงานจากเว็บไซต์ The Hacker News พบว่าแฮกเกอร์นั้นใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ Microsoft Graph API ซึ่งเป็นส่วนเสริมในรูปแบบ API ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแอปพลิเคชันแล้วสามารถใช้ Cloud Service ของทางไมโครซอฟท์ได้ โดยแฮกเกอร์ได้ใช้ช่องโหว่นี้เพื่อใช้ระบบของ Microsoft Cloud เป็นช่องทางสื่อสารระหว่างตัวมัลแวร์ และตัวเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (Command and control หรือ C2) หรือกล่าวในอีกแง่หนึ่งคือ แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของไมโครซอฟท์เพื่อวัตถุประสงค์ร้ายของพวกตน

ข่าวเกี่ยวกับ Microsoft อื่นๆ

แฮกเกอร์ใช้ Microsoft Graph API เป็นช่องทางสื่อสารของมัลแวร์

ซึ่งตัวอย่างการใช้งานนั้น จากรายงานของ Symantec ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เจ้าของซอฟต์แวร์ Anti-virus ชื่อดัง ได้กล่าวถึงการที่แฮกเกอร์ใช้ไฟล์ DLL ชื่อ "vxdiff.dll" ซึ่งเป็นไฟล์ DLL ของซอฟต์แวร์ Apoint (“apoint.exe”) โดยไฟล์ DLL ตัวนี้นั้นถูกออกแบบไว้สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างตัวซอฟต์แวร์ ผ่าน Microsoft Graph API เพื่อใช้งานระบบ OneDrive ของไมโครซอฟท์เป็นเซิร์ฟเวอร์ C2 สำหรับการอัปโหลดและดาวน์โหลดไฟล์ ซึ่งแฮกเกอร์ได้นำเอามาประยุกต์ใช้กับมัลแวร์ BirdyClient ของตนเอง ทำให้นอกจากจะประหยัดแรงในการแฮก หรือสร้างเซิร์ฟเวอร์ C2 ของตนเองขึ้นมาเพื่อใช้กับมัลแวร์แล้ว ยังรับประกันได้ว่าการสื่อสารระหว่างมัลแวร์กับ C2 จะมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย อีกทั้งการใช้เซิร์ฟเวอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงอย่างระบบของไมโครซอฟท์ ทำให้การถูกสงสัยและตรวจจับพบน้อยลงอันเนื่องมาจากความน่าเชื่อถือของตัวระบบเอง

ที่มา :
คำสำคัญ :

ข่าวไอทีที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็น (0)


นำข่าวขึ้นเว็บ Thaiware.com