Google Search เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ทั้ง Key Moment, Hum to Search และอื่นๆ ภายในปีนี้
โดยภายในงาน Google Search On ได้พูดถึงการพัฒนาฟีเจอร์เดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Key Moment, Pinpoint, Data Commons และ Hum to Search
เช่นเดียวกับงาน Google Launch Night In ที่จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนก่อน งาน Google Search On เองก็ใช้การปล่อยคลิปที่อัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้แทนการพูดบรรยายเหมือนกับบริษัทอื่นๆ เช่นกัน และไม่เพียงแต่ทาง Google จะนำเอา AI มาช่วยพัฒนาฟีเจอร์บน Google Search เท่านั้น แต่ยังขยายการใช้งานร่วมกับบริการอื่นๆ ด้วย
สำหรับฟีเจอร์ที่ทางบริษัทได้พัฒนาขึ้นและกำลังจะเพิ่มเข้ามาให้ใช้งานกันภายในปีนี้ก็ได้แก่
- การตรวจจับคำผิด ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการบน Google ได้แม้จะสะกดผิดหรือตกหล่นตัวอักษรไป (มีการแสดงผลข้อความ Did you mean: (ข้อความ) ที่ผู้ใช้สามารถกดไปยังข้อความนั้นๆ ได้) ซึ่งในตอนนี้ทางบริษัทก็ได้พัฒนาอัลกอรึทึมของฟีเจอร์นี้ให้ฉลาดมากยิ่งขึ้น และสามารถคาดเดาข้อความได้มากกว่าเดิม
ภาพจาก : https://www.blog.google/products/search/search-on/
- การแสดงผลข้อความค้นหา ปกติแล้วการแสดงผลการค้นหาของ Google จะดึงการแสดงผลของเว็บไซต์ที่มียอด SEO สูงมาไว้ด้านบน แต่ทางบริษัทได้ปรับปรุงให้มันทำการดึงข้อความที่ผู้ใช้ต้องการ (ข้อความที่พิมพ์ลงในช่องค้นหา) มาแสดงผลด้านบนสุดในลักษณะที่อ่านง่ายและตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น
ภาพจาก : https://www.blog.google/products/search/search-on/
- Key Moment (ค้นหาสิ่งที่ต้องการในวิดีโอ) หลายครั้งคำตอบของสิ่งที่เราต้องการค้นหาก็อยู่ในวิดีโอ หรือการชมวิดีโอก็ทำให้เข้าใจได้มากกว่าการอ่านข้อความเพียงอย่างเดียว และด้วยฟีเจอร์ใหม่ของ Google ก็จะมีการมาร์กจุดเวลานั้นๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถกดชมคลิปเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการได้
ภาพจาก : https://www.blog.google/products/search/search-on/
- Pinpoint ฟีเจอร์ที่จะช่วยให้นักข่าวทำงานได้ง่ายขึ้นด้วยการค้นหาข้อมูลเอกสารจากหลายๆ แหล่ง (เฉพาะฐานข้อมูลที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google) มารวมอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งนอกจากจะสามารถค้นหาข้อมูลที่อยู่บนฐานออนไลน์ได้เท่านั้น มันยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลรูปภาพและลายมือมาแสดงผลได้อีกด้วย (รองรับการทำงานถึง 7 ภาษา และสามารถสมัครได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ g.co/pinpoint)
- ค้นหาสิ่งที่ต้องการผ่าน Google Lens ทั้งการ ถ่ายภาพเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์ หรือการค้นหาสิ่งของที่ต้องการผ่าน Google Lens ที่ไม่เพียงแต่จะค้นหาสินค้าที่ตรงตามความต้องการได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มคำค้นหาเฉพาะเสริมลงไปได้อีกด้วย
- การใช้เทคโนโลยี AR เข้ามาช่วยในการค้นหาสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเรียนที่สามารถเรียกดูโมเดล 3D ของสิ่งต่างๆ เพื่อให้การเรียนสนุกและเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น หรือการเรียกดูโมเดลรถแบบ 3D เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อ และฟีเจอร์ Live View บน Google Maps ที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับสถานที่จริงได้มากกว่า Street View (สามารถดูความหนาแน่นของคนในสถานที่นั้นๆ ได้แบบเรียลไทม์ด้วย)
สไลด์รูปภาพ






- Data Commons นำเอาการรวบรวมสถิติข้อมูลต่างๆ มาแสดงผลบน Google Search โดยเมื่อผู้ใช้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถิติ (เช่น รายได้เฉลี่ยของคนในเมือง) ก็จะมีการอัปเดตจำนวนที่เป็นปัจจุบันพร้อมเส้น Knowledge Graph ให้เข้าใจง่ายขึ้น
- Hum to Search ที่ผู้ใช้สามารถฮัมเพลงที่ติดอยู่ในหัว (Earworm) เพื่อค้นหาเพลงที่ต้องการได้โดยการกดที่ไอคอนรูปไมโครโฟนใน Google Search และพูดว่า “What’s this song” หรือกดที่ “Search a song” หรือทำการค้นหาใน Google Assistant ได้ด้วยการพูดว่า “Hey Google, What’s this song” จากนั้นฮัมเพลงราว 10 - 15 วินาที ก็จะสามารถค้นหาเพลงที่ต้องการได้ (ไม่ต้องพึ่งกระทู้พันทิปอีกต่อไป)














ความคิดเห็น (0)