หนังภาพยนตร์ NAKEE 3 หรือในชื่อภาษาไทยว่า นาคี 3 ครุฑานาคี ท่ามกลางศึกสงครามระหว่าง ครุฑ และ พญานาค คำสาปที่ทำให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์ห้ำหั่นกันไม่รู้จบ ความรักต้องห้ามท่ามกลางไฟสงคราม เมื่อหนึ่งนับถือครุฑ และหนึ่งบูชาพญานาค พวกเขาจึงต้องเลือกระหว่างหน้าที่ต่อเผ่าพันธุ์ หรือต้องร่วมมือกันเพื่อหยุดสงครามที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
NAKEE 3 As destiny turns lovers into enemies, duty tears them apart, but love remembers what kingdoms forget, the love can end even the oldest war.
รีวิวภาพยนตร์: นาคี 3 (ครุฑานาคี)
ถ้าดันทุรังจนเป็นหนังได้ เรื่องนี้น่าจะเป็นคำตอบแรกๆ เอาจริงเนื้อหาหลักควรปิดฉากไปตั้งนานแล้ว แต่ยังพยายามลากยาวมาทำภาคต่อ โดยแตกประเด็นไปเล่าเรื่องฝั่งครุฑ ทั้งที่แก่นแท้ของนาคีแต่ไหนแต่ไรคือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพญานาค
อย่างไรก็ดี ผลงานจริงกลับทำออกมาได้น่าประทับใจเกินคาด ตัวหนังดูเพลิดเพลิน และสัมผัสได้ถึงทุนสร้าง ความทุ่มเท รวมถึงความตั้งใจในรายละเอียดงานสเกลใหญ่ ถือเป็นภาพยนตร์ไทยที่ดึงงาน CG มาเนรมิตฉากสงครามแนวแฟนตาซีได้ตระการตาอันดับต้นๆ แม้บรรยากาศความเร้นลับแบบชาวบ้านอันเป็นเอกลักษณ์เดิมจะจางหายไป แต่ก็ถูกชดเชยด้วยสเกลที่ยิ่งใหญ่ ความเป็นมหากาพย์ และการสู้รบอันดุเดือด
ถึงจะมีบางช่วงที่ดูขัดๆ หรือแก้ปัญหาบทง่ายไปหน่อย (อย่างพวกฉากแหกคุก) จนแอบให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูละครโทรทัศน์แนว สาปพระเพ็ง อยู่บ้าง แต่องค์รวมก็ยังถือว่าสอบผ่านและทำได้สูงกว่ามาตรฐานหนังไทยทั่วไป ทั้งงานภาพ ซีจี และโปรดักชัน สมชื่อชั้นของผู้กำกับ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์
การแสดงของ เคน ภูภูมิ: ถือเป็นจุดอ่อนหลักที่คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ทั้งที่โลดแล่นในวงการมานาน บทบาทในซีรีส์ก่อนหน้านี้เหมือนจะมีพัฒนาการดีขึ้น แต่เรื่องนี้กลับสลัดความเงียบเหงาปวกเปียกไม่พ้น โดยเฉพาะช่วงไคลแมกซ์ที่ต้องใช้น้ำเสียงถ่ายทอดอารมณ์ กลับฟังดูเบาบางขาดพลัง สมัยเป็น "ทศพล" บทส่งให้ต้องอ่อนแออันนั้นพอเข้าใจได้ แต่กับภาคนี้ตัวละครต้องมีความเกรงขาม การใช้น้ำเสียงจึงดูดร็อปไปอย่างน่าเสียดาย (หากฉากสำคัญใช้นักแสดงพากย์เสียงทับแทนอาจจะช่วยดันอารมณ์ได้ดีกว่านี้) มองว่าเคนได้รับโอกาสทองในบทดันดารามาหลายเรื่องตั้งแต่ แรงเงา จนถึง นาคี แต่ยังดึงเสน่ห์ออกมาได้ไม่สุด หากบทรอบนี้ตกเป็นของ หมาก ปริญ หนังน่าจะมีความลงตัวและสมบูรณ์แบบกว่านี้มาก
การแสดงของ ต้าเหนิง กัญญาวีร์: ไม่ได้แย่ตามที่กังวล รูปร่างหน้าตาและอินเนอร์ตอนไม่พูดถือว่าผ่านและมีเสน่ห์ แต่จุดสะดุดคือการเว้นจังหวะพูดและการใช้โทนเสียงที่ยังติดสำเนียงวัยรุ่นสมัยใหม่ เช่น มีบางฉากที่พูดคำว่า "แมะ" ในบริบทหนังพีเรียดโบราณ ซึ่งฟังแล้วขัดอารมณ์พอสมควร จากเดิมที่เคยปล่อยของไว้ดีมากใน ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น แต่เรื่องนี้ทำได้เพียงแค่ระดับมาตรฐานทั่วไป ทั้งที่บทนางเอกรุ่นกลางยังมีตัวเลือกน่าสนใจอีกหลายคน เช่น ณิชา ณัฏฐณิชา หรือ เปรี้ยว ทัศนียา
เข้ม หัสวีร์ (Surprise of the Movie): ฉายเสน่ห์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง นอกเหนือจากออร่าความคมเข้มแล้ว จังหวะดราม่าและฉากอารมณ์ดุดันก็เล่นได้ถึงพริกถึงขิง
ทีมนักแสดงสมทบ: ไม่ว่าจะเป็น บลิว วรพล, เต้ย พงศกร และนักแสดงร่วมคนอื่นๆ ต่างทำหน้าที่ประคองอารมณ์ของเรื่องไว้ได้เป็นอย่างดี
ในภาพรวม นาคี 3 เป็นงานภาพยนตร์สเกลยักษ์ที่โปรดักชันสอบผ่านและดูสนุก แต่ก็น่าเสียดายตรงที่โปรเจกต์ระดับมหากาพย์นี้กลับไปพึ่งพาบทบาทหลักไว้กับ 2 นักแสดงนำที่ฟอร์มยังไม่ลงตัวนัก ส่งผลให้เห็นรอยแผลของหนังค่อนข้างชัดเจน
นาคี 3 ครุฑา นาคี 8/10
ความคิดเห็น (0)