|
|
This
space will place by hilight advertising or thaiware promotion or
activites or someting else. (Flash) |
|
 |
|
จะเริ่มต้นเขียนโปรแกรมอะไร แนวไหนดีเนี๊ย ? |
 |
|
คำถามนี้คงจะเป็นคำถามที่เกิดขึ้น ในใจของเหล่าบรรดา โปรแกรมเมอร์ หรือ นักพัฒนาโปรแกรม ทุกคนว่าเราจะเขียนโปรแกรมอะไรดีน๊า ไหนจะเป็นเกมส์ พูดถึงเกมส์ก็มีหลายแนวซะด้วยสิ หรือไหนจะเป็น โปรแกรมยูทิลิตี้ (Utility) ต่างๆ หรือแม้กระทั่ง โปรแกรมให้ความรู้ต่างๆ เช่นดูดวง หรือจะเป็นพวก E-Books ตลอดจน โปรแกรมที่ไม่มีใครเหมือน เช่น โปรแกรมไล่ยุง ไงละครับ อันนี้
ผมเองยังคิดไม่ถึงเลยว่า โปรแกรมเมอร์รายนี้เขาคิดขึ้นมาได้อย่างไร อิอิ .. เอาเป็นว่าลองไปคิดดูเอาเองละกันนะครับผมขั้นตอนนี้คิดให้ดีนะครับเพราะขั้นตอนนี้คุณจะต้อง ตัดสินใจแค่ครั้งเดียว เท่านั้นนะครับผม ไม่มีโอกาสเปลี่ยน เหมือนกับการ แต่งงานไง (เข้าใจเปรียบมั้ย อิอิ ..) แต่ในที่นี้ผมจะมาลองเปรียบเทียบให้ดูกันง่ายๆ เลยนะลองดูครับ .. จะทำหรือไม่ทำนั้นอันนี้ขึ้นอยู่กับท่านเองนะครับ เพราะนี่ผมสังเกตุเห็นจะโปรแกรมที่ส่งเข้ามาในเว็บของเรา ..
- ถ้าอยากจะดัง มีชื่อเสียง :: ก็ขอแนะนำให้เขียนพวก โปรแกรมจะดีกว่าครับไม่ว่าจะเป็นพวก ยูทิลิตี้ ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้ที่ดาวน์โหลดไปใช้ (User) ที่ทำให้ User ได้ใช้แบบเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มความเร็วให้กับคอมพิวเตอร์ , Modem อะไรประมาณนี้ (แต่ต้องทำให้ดีๆ นะไม่งั้นคอมฯ เขาพังขึ้นมาโดนด่าเละเลยน๊า) รับรองครับ ของแบบนี้ใครๆ ก็ชอบ ปากต่อปาก คนดาวน์โหลดโปรแกรมคุณไปใช้เยอะแน่ๆ ครับหรือไม่ก็ พวก โปรแกรมดูดวง ละครับ
แบบไหนก็ได้ครับ จะเป็นคำทำนาย , กราฟชีวิต , ไพ่ยิปซี ฯลฯ พวกนี้ก็จัดได้ว่านำมาลงที่ Thaiware.com แล้วก็มีชื่อเสียงพอสมควรนะครับ ถ้าจะคิดเขียนเกมส์ ก็ขอให้เป็นเกมส์แนวที่ยิ่งใหญ่ไปเลยพวก , Simulation เอาให้กราฟฟิกแบบ 3 มิติ , Sound Effect เอาให้สุดยอดไปเลย อันนี้ดังแน่ครับ แต่ค่อนข้างลำบากหน่อย เพราะต้องใช้ทีมงานเยอะ และอีกอย่างทำกันทีไม่ใช่ สัปดาห์ เดียวเสร็จ เขาทำกันเป็นเดือน เผลอๆ ครึ่งปีด้วยซ้ำไปนะครับผม ..
- ถ้าอยากมีสตางค์ไปกินขนม :: สำหรับใครที่อยากเขียนโปรแกรมแล้วหารายได้แล้วละก็ ขอให้เขียนโปรแกรมแนวที่ User สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก็จะเป็นพวกนี่เลย โปรแกรมที่เกี่ยวกับภาษา ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมแปลทั้งประโยค หรือจะเป็นแปลเฉพาะคำศัพท์ (Dictionary) ที่กล่าวมานี้นี่ต้องทำให้ออกมา มีประสิทธิภาพ หน่อยนะครับ ไม่ใช่แปลออกมาไม่รู้เรื่องเลย แล้วยังบังอาจไปเก็บเงินค่าลงทะเบียนเขา แบบนี้ก็คงจะต้องกินแกลบ ไปก่อนละกันนะครับ อิอิ ..
อีกแนวนึงก็เห็นจะเป็น โปรแกรมที่ใช้เฉพาะด้านไปเลย เช่น โปรแกรมควบคุมร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ , โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป , โปรแกรมควบคุมเครื่องจักรทางวิศวะกรรม ประมาณนี้ครับ ถ้าทำออกมาดูดีจริงๆ ลูกค้ารายเดียวสามารถ ขายได้หลายพัน หลายหมื่น เชียวนะจะบอกให้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัว โปรแกรมเมอร์ เองแล้วหละว่าจะมีปัญญาเขียนหรือไม่ ? (ได้อยู่แล้วหน่า แหมม !!) และก็ ควรจะมีความรู้เฉพาะด้าน เรื่องนั้นๆ ด้วยนะครับ เช่นเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับวิศวะกรรม แต่จบ ศิลปศาสตร์ มานี่ก็ดูแล้วยังไงๆ อยู่นะครับ แต่ถ้าเขียนได้ก็ ดีครับไม่ว่ากันอยู่แล้ว (พระเจ้า !!) ..
- ถ้าอยากทำเป็นเพียงแค่งานอดิเรก :: ในส่วนของอันนี้ ก็ขอให้ท่านลองเขียนเกมส์เล่นง่ายๆ พวกเกมส์ทายตัวเลข , เกมส์ ทายคำศัพท์ หรืออื่นๆ หรือ โปรแกรมอะไรก็ตามแต่ไม่ต้องอยากมาก เอาแบบ ขนาดของโปรแกรมก็ไม่ต้องมาก ด้วย ขึ้นมาดูนะครับ สะสมประสบการณ์ขึ้นไปเรื่อย ผมรับรองได้เลยครับว่าทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวความอยากจาก 2 ข้อด้านบนนี้มันก็จะเข้ามาอยู่ในสมองของท่านเองละครับผม ..
สุดท้ายนี้ ก็ขออย่าให้ท่านเพิ่งหวังอะไรกับตรงนี้มากนะครับ ใจจริงแล้ว เราปรารถนา จะให้ท่านทำเพราะงานอดิเรก หรือ เพราะใจรักมากกว่า ส่วนเรื่องเงินนั้น มันไม่เข้าใครออกใครครับ ถ้าดวงหรือโชคท่านดี มันก็มาเองละคร๊าบ อิอิ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ (อิอิ อย่าซีเรียสครับ) ..
|
|
ใช้ภาษาอะไรในการเขียนโปรแกรมดีละ ? |
 |
|
ภาษา ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือที่เรียกกันว่า " Programming Language " นั้นมีเยอะแยะมากมายก่ายกองเหลือเกินครับ เป็นสิบๆ เลยก็ว่าได้ครับ แต่สำหรับคนไทยของเราเองนั้น เท่าที่ผมได้ดูมานะครับก็จะมีอยู่ไม่กี่ภาษาหรอกครับ ที่ใช้เขียนกัน ส่วนมากก็จะเป็นพวก ภาษาที่ฮิตๆ กันนะแหละพวก Visual Basic , Flash ฯลฯ เป็นต้นละครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกภาษาในการเขียนโปรแกรมนั้น ก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับประเภทของโปรแกรมที่จะเขียน ด้วยครับ ในที่นี้ผมจะมาเขียนแนะนำให้อ่านกันเฉพาะภาษาที่เป็นที่นิยมกันมาก ในเหล่าบรรดา โปรแกรเมอร์ชาวไทย ทั้งหลายนะครับ ลองอ่านๆ แล้วตัดสินใจปรึกษาผู้รู้ดูนะครับ แล้ว ถ้ายังไมีมีพื้นฐานเลย ลองไปซื้อหนังสือมาอ่านดู ที่ ศูนย์หนังสือจุฬา , ซีเอ็ด , ดอกหญ้า มีเยอะแยะ นะครับ .. แต่จะว่ากันไปแล้วเนี๊ยถ้าใครมีพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมเนี๊ย อยากจะไปพัฒนาภาษาอื่นๆ ที่ตัวเองไม่
ถนัดก็ ไม่ใช่เรื่องยาก เลยครับ เพราะมันมีหลักการคล้ายๆ กันทุกภาษาอยู่แล้ว แต่สำหรับการเริ่มต้นเนี๊ย อยากจะให้ท่านควรศึกษา ภาษานั้น เฉพาะด้านไปเลย นะครับ พอเป็นแบบคล่องๆ แล้วค่อยว่ากันใหม่จะดีกว่านะครับ ..
- C , C++ : หรือที่เรียกเรียกกันว่า ภาษาซี นะแหละครับเท่าที่ดูนั้น ใครที่เขียนภาษานี้ได้จะต้องมีพื้นฐานทางด้านการเขียนโปรแกรมสูงมากครับภาษานี้จะใช้กับการพัฒนา พวกโปรแกรม หรือว่า เกมส์ใหญ่ๆที่ต้องใช่กราฟฟิก เยอะๆ เสียงประกอบ เจ๋งๆ ก็คงจะต้องใช้ ภาษานี้นะครับเพราะว่าค่อนข้างที่จะละเอียดอ่อนในเรื่องของ Source Code มากครับ แต่ผลงานที่ได้รับออกมาก็เยี่ยมยอดเช่นกันครับ
โปรแกรมที่จะต้องใช้ในการช่วย RUN ก็ ไม่จำเป็นต้องมี ครับเพราะว่า Library หรือว่าชุดคำสั่งทั้งหมด ของภาษานี้ จะมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นพื้นฐานอยู่แล้วนะครับ .. (C/C++ Webboard)
- Delphi : ภาษา " เดลไฟ " อย่าอ่านว่า " เดลฟี่ " เดี๋ยวคนฟังเขาจะหัวเราะเอา (เห็นหลายคนชอบอ่านผิด อิอิ .. เพราะผมก็โดนหัวเราะมาแล้วเหมือนกัน หึหึ) นะภาษานี้เป็นอีกภาษานึงที่ใช้สำหรับการเขียนโปรแกรม ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเขียน โปรแกรมพวก ยูทิลิตี้ เสียมากกว่า ครับจะเป็นพวกที่ใช้ประโยชน์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นะครับ หรือจะเป็นเกมส์ก็มีบ้างนะครับ เป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นมาจาก Pascal ครับ ซึ่งการใช้งานได้นำเอาระบบแบบ (OOP) Object-Oriented Programming เข้ามาใช้ครับ ดูแล้วค่อนข้างที่จะใช้งานได้ง่ายขึ้นครับป๋ม .. (Delphi Webboard)
- Marcomedia Flash : ตัวนี้ระยะ 1-2 ปีให้หลังมานี้ การเขียนโปรแกรมโดยการใช้เทคโนโลยีของ Flash เริ่มเข้ามามากขึ้นครับ ส่วนใหญ่มักจะเป็นการใช้เขียนเกมส์ มากกว่า เนื่องจากใช้งานค่อนข้างจะง่ายและสามารถทำกราฟฟิก หรือจะเป็น เสียงประกอบ (Sound Effect) ได้ดีมีประสิทธิภาพ และง่ายกว่า ภาษาอื่นๆ ครับสำหรับโปรแกรมในการช่วย RUN ก็ไม่จำเป็นต้องมี เพราะว่าพวก Component ของมันมันได้รวมอยู่ใน Browser ที่เป็นเวอร์ชั่นอยู่แล้วนะครับ (เดี๋ยวนี้ก็ใหม่เกือบหมดแล้วนี่เนอะ) .. (Flash Webboard)
- Visual Basic : ภาษานี้ดูเหมือนว่าจะเป็นภาษาที่ อินเทรน หรือ เป็นที่นิยมมากที่สุด ในเหล่าบรรดาภาษาที่กล่าวมาทั้งหมดด้านบน ครับเพราะเป็นภาษาที่ค่อนข้างที่จะใช้งานกันได้ง่าย และก็นอกจากนี้แล้วยังสามารถที่จะเขียนเกมส์ หรือโปรแกรม ได้โดยวิธีการ Drag & Drop หรือที่เรียกกันว่า ลากแล้ววาง ครับผม ภาษาที่ใช้ก็ไม่อยากง่ายต่อการเข้าใจครับ ดูเหมือนว่าโปรแกรมนี้มันจะดูเลิศที่สุดแล้วใช่มั้ยละครับ แต่ข้อเสียของมันมีอยู่นิดนึงครับคือว่า โปรแกรมนี้ต้อง มีโปรแกรมที่ช่วยในการ RUN (เรียกใช้งาน) ด้วยนะครับนั่นก็คือโปรแกรม
Visual Basic Runtime Module นะครับ แต่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ User ก็จะดาวน์โหลดติดตั้งเอาไว้ในเครื่องอยู่แล้วละครับ จึงไม่ใช่เป็นปัญหาใหญ่อะไรสักเท่าไรนักครับ .. (Visual Basic Webboard)
|
|
ปัญหาเยอะจังเขียนโปรแกรมเนี๊ยจะถามใครดีว๊า ? |
 |
|
ปัญหา ต่างๆ ในการเขียนโปรแกรมครับ แน่นอนมันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว บางคนก็อ่านหนังสือก็แล้ว ตรวจ Code ก็ละเอียดถี่ถ้วนดูแล้ว เอ๊ะแต่ทำไมมันยัง Compile ออกมาไม่ผ่านสักที แน่นอนครับทุกปัญหามีทางแก้ไขอยู่แล้วอันดับแรก อย่าเพิ่งโวยวาย นะครับ ลองค่อยๆ ดู Code อีกรอบ
บางทีแค่เครื่องหมาย " (ฟันหนูเนี๊ย) มันก็สามารถทำให้โปรแกรมของคุณทั้งโปรแกรมป่วนกันไปหมดได้นะครับ อันนี้ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน ถ้ามั่นใจแล้วว่าถูกต้องหมดแล้วนั้น ก็ขอให้ลองนำปัญหานี้ไปถาม (โพส) ใน Programmer Webboard ที่นี่ก็มีคนคอยช่วยตอบให้อยู่แล้วนะครับ
หรือมิเช่นนั้น ก็ขอให้ท่านลองเข้าไปใน เว็บไซต์ของ ThaiDev.com ที่นี่เป็น สังคมของ นักพัฒนาโปรแกรมชาวไทย (Thai Developer Community) โดยแท้จริงๆ มีอะไรก็เข้าไปศึกษารายละเอียด ถามไถ่กันดูได้นะครับผม ..
สำหรับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นแค่นี้ ท่าน อย่าเพิ่งท้อ นะครับ สังคมบนอินเตอร์เน็ตของบ้านเรายังเปิดกว้างให้ความรู้กับทุกคน นะครับ มีปัญหาอะไรถามกันได้นะครับผม .. บางปัญหาเป็นเพียงแค่ เส้นผมบังภูเขา เองครับติดอยู่นิดเดียวเดี๋ยวก็แก้ได้ครับผม ขอให้โชคดีสำหรับทุกท่านนะครับผม ..
|
|
เขียนโปรแกรมเสร็จแล้ว จะตั้งชื่อโปรแกรมว่าอะไรดีอ่ะ ? |
 |
การตั้งชื่อของโปรแกรม :: ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญอีกประการนึงนะครับ เหมือนกับว่าการตั้งชื่อบริษัท ชื่อบุตร รวมไปถึงชื่อยี่ห้อ อะไรต่างๆ นี่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่จะเป็นอย่างมากครับ เช่นเดียวกับการตั้งชื่อ โปรแกรม สุดโปรดปรานของท่านที่ท่านอุตสาห์เขียนมันขึ้นมาเป็นระยะเวลากว่าหลายวัน หลายเดือน (แต่คงไม่มีหลายปีหรอกเนอะ อิอิ) ตั้งชื่ออย่างไรที่จะทำให้คนเขาเห็นหรือว่าฟังชื่อขึ้นมาแล้วเกิดปิ๊ง ขึ้นมา ? ละครับ
ผมมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก ให้สำหรับท่าน โปรแกรมเมอร์ ทั้งหลายนะครับ อาจจะเชื่อผมหรือไม่เชื่อผมก็ได้นะ อิอิ แต่การตั้งชื่อโปรแกรมนี้คงจะไม่ต้องขนาดไปให้พระสงฆ์ตั้งให้หรอกนะครับ เนอะ มันเว่อร์ปาย เนอะ ตั้งเอาเองคิดเอาเองก็ได้ ..
- การตั้งชื่อให้กับโปรแกรม : การตั้งชื่อให้กับโปรแกรมเนี๊ยคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ แต่มันมีหลักการตั้งอยู่ตรงนี้ครับ มันมีการตั้งชื่ออยู่ 3 แบบ (เท่าที่ผมเคยพบเคยเห็นมานะ)
- วิธีแรก : ก่อนอื่นท่านต้องดูก่อนว่า โปรแกรมของท่าน มีหน้าที่ทำอะไร เช่น มีหน้าที่ ฆ่า หรือ ตรวจสอบ หรือ กำจัด ไวรัส โปรแกรมก็ควรที่จะต้องมีชื่อ " Antivirus " อยู่ในชื่อของโปรแกรมด้วย (เข้าจั้ย ?) จากนั้นถ้าโปรแกรมจะเป็นชื่อ " Antivirus " อย่างเดียวคงจะไม่ได้แน่ๆ คุณก็หาชื่ออะไรก็ได้
อาจจะเป็นชื่อคุณเอง หรือนามปากกาของคุณ หรือชื่อเล่น ชื่อแฟน โอ้ยสารพัดชื่อ มาต่อที่หน้า เช่นผมชื่อ นิ้ง ก็จะเป็น N.i.N.G Antivirus แหมม ฟังดูแล้วเก๋มั้ยละครับผม ถ้าเป็นโปรแกรมดูดวงก็อาจจะเป็น N.i.N.G Horoscope อิอิ แบบนี้คนเห็นชื่อโปรแกรมเขา รู้แน่ครับว่า โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมเอาไว้ทำอะไร ไม่ต้องร่ายกันยาวด้วยละครับ ก็ขอให้ลองไปใช้ดูนะครับเทคนิคนี้
- วิธีที่สอง : อีกแบบนึงคือ ให้แปลตรงๆ ไปกับหน้าที่การใช้งานของโปรแกรมนั้นๆ ไปเลย แต่อยากจะให้ใช้ศัพท์ที่มันแบบว่า
ดูแล้ว สละสลวย แปลกตา แต่ว่ายัง มีความหมายที่เหมือนกัน เช่น โปรแกรม PC Accelerator , PC Booster จะสังเกตุเห็นได้ว่า ทั้ง 2 โปรแกรมนี้นั้นใช้ชื่อที่มัน มีความหมายเดียวกัน และโปรแกรมนี้มี จุดประสงค์ อย่างเดียวกัน คือ การเพิ่มความเร็วให้กับเครื่องพีซี ของคุณ ลองเอาไปใช้ดูครับสำหรับวิธีนี้ แบบนี้เนี๊ย สามารถไป Go-Inter ได้นะ เพราะตั้งชื่อมันดูเป็น สากล ดีครับ ..
- วิธีที่สาม : การตั้งชื่อในวิธีนี้จะเป็นการตั้งชื่อแบบ ทับศัพท์ ภาษาไทย ไปเลยนะครับเช่นโปรแกรมดูดวงตัวนึงที่อยู่ใน Thaiware.com เขาก็จะตั้งใช้ชื่อว่า โปรแกรม มหาหมอดู แบบเนี๊ยเขาก็จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า MahaModo ไปเลยนะครับแบบนี้ ซึ่งจะง่ายต่อการจำและดึงดูดให้เข้าไปดาวน์โหลด เฉพาะสำหรับคนไทย เท่านั้น !! แต่ว่าชาวต่างชาติเกรงว่าเขาคงจะไม่รู้นะสิครับผม เอาเป็นว่าแบบนี้
คิดออกมาแล้ว แจกจ่ายเฉพาะคนไทยน่าจะรุ่ง กว่าวิธีอื่นๆ แต่ ถ้าไปแจกจ่ายให้คนต่างชาติน่าจะไม่ Work แน่ๆ ครับผมและก็ สำหรับใครที่จะคิดว่าให้โปรแกรมของตัวเอง Go-Inter ก็ขอให้ลืมวิธีนี้ไปได้เลย นะครับ..
- การตั้งชื่อให้กับเกมส์ : ถ้าพูดถึงวิธีการตั้งชื่อให้กับเกมส์ เห็นทีคงจะ ไม่ยาก มากเท่าไรนักครับ ลองดูนะครับ ถ้าเกมส์ของท่านเป็นแนวผจญภัย (Adventure) แน่นอนมันจะต้องมีชื่อตัวละคร (พระเอก ของเกมส์) ด้วยใช่มั้ยละครับ ท่านก็เอาชื่อเจ้าตัวพระเอกตัวเด่นในเกมส์เนี๊ยแหละ มาเป็นชื่อเกมส์ไปเลย เช่น เกมส์ พระอภัยมณี , รามเกียยรติ์ ขึ้นมาลอยๆ เลยก็ได้แบบนี้ แต่ ถ้ามีหลายตอนก็บอกตอนต่อท้ายมานิดนึง ครับ เช่น
เกมส์รามเกียรติ์ ตอนปราบไมยราพ แบบนี้เป็นต้นนะ หรือมีอีกแบบนึงการตั้งชื่อให้ตรงกับแนวคิด (Concept) ของเกมส์นั้น เช่น มีอยู่เกมส์นึง " คุณมีหน้าที่จะต้องหาทางออกจากโรงไฟฟ้าอ่ะนะ " (ตามเรื่องราวในเกมส์) โปรแกรมเมอร์เขาก็ตั้งชื่อว่า เกมส์ NoEscape แบบนี้เป็นต้นนะครับ ก็เท่านี้เอง ถ้าเป็นเกมส์พวก Crossword , Hangman , จับคู่ อะไรพวกนี้ก็ตั้งชื่อตรงๆ ออกมาได้เลยครับเพียงแต่อาจจะมีคำนำหน้าอะไรที่มันจูงใจให้คนอยาก ดาวน์โหลดไปเล่นหน่อยละกันนะครับ เช่น Cute Crossword แบบเนี๊ย
และ จะให้ดีกว่านี้ก็ลองตั้งชื่อให้มันคล้องจองกัน ดูนะครับผม อันนี้ยิ่งเยี่ยมไปเลย ... และที่สำคัญ อย่าให้ชื่อไปซ้ำกับคนอื่นนะครับ มันจะเดือดร้อนด้วยกันทุกฝ่ายนะครับ ..
|
|
แล้วเวอร์ชั่น (Version) ละ จะออกเวอร์ชั่นแรกอะไรดี ? |
 |
การตั้งหมายเลขเวอร์ชั่น นั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สิ่งนึงซึ่งก็ถือเป็นอีก ปัจจัย ที่ขาดไม่ได้ในกระบวนการเขียนโปรแกรมของท่านครับ โดยเวอร์ชั่นจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า โปรแกรมของท่านนั้นมีการพัฒนาไปมาก /น้อย เพียงใด เวอร์ชั่นนั้นหมายถึง ตัวเลขชุดหนึ่งซึ่งอาจจะรวมไปด้วย ทศนิยม 1 ตำแหน่ง หรือ 2 ตำแหน่ง ก็สุดแท้แต่ผู้พัฒนาโปรแกรมจะตั้งขึ้นมาครับ
การตั้งเลขเวอร์ชั่นของโปรแกรมนั้น ไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว เวอร์ชั่นแรกจะต้องตั้งเป็นเวอร์ชั่น 1.0 เสมอไป ทีนี้ผมจะมาแนะนำ วิธีการตั้งเวอร์ชั่นกันแบบคร่าวๆ ที่ส่วนใหญ่ หรือ ส่วนมาก นั้นโปรแกรมเมอร์จะใช้แบบนี้กันนะครับ ..
- Type I :: การตั้งเวอร์ชั่น ส่วนมากจริงๆ แล้วเขาจะออกมาในเวอร์ชั่นแรกก็คงจะเป็น 1.0 เลยละครับ เรียบง่ายแค่มองตัวเลขก็เข้าใจแล้ว หลังจากนั้นพอมีการ Update เล็กน้อยบางส่วน หรือ แก้ BUG บ้าง ตัวเลขของเวอร์ชั่นก็อาจจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เช่นข้ามไปทีละ จุดหนึ่ง (0.1) ออกมาเป็นอย่างเช่น เวอร์ชั่น 1.1 แทน แบบนี้เป็นต้น
หากว่า
พอมีการปรับปรุงทีละเล็กทีละน้อยก็ออกมาแก้อีกเป็น 1.2 , 1.3 , 1.4 , 1.5 ....... ไปเรื่อยๆ หรือ ถ้าแบบว่าเล็กน้อยจริงๆ เช่นพิมพ์ตัวอักษรผิดตัวใดตัวหนึ่งในโปรแกรม ซึ่งดูแล้วมันเป็นการแก้ไขที่จิ๊บจ้อยมากๆ คุณก็สามารถจะตั้งแบบ ทศนิยม 2 ตำแหน่ง ก็ได้ครับโดยเป็นเวอร์ชั่น 1.0.1 ได้ครับ ถ้าหากว่า โปรแกรมของท่านนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เช่นปรับปรุง Interface (รูปร่างหน้าตาของโปรแกรม) ใหม่ทั้งหมด หรือจะ ปรับปรุงตัวละคร (ผมหมายถึงเกมส์) หรือจะเป็น
การปรับปรุงโคตรงสร้าง (Program Structure) ของโปรแกรมใหม่หมด จากเวอร์ชั่น 1.0 ก็อาจจะกระโดดไปเป็น 2.0 เลยก็ย่อมได้ครับ ไม่มีปัญหา แต่คงจะไม่แนะนำให้จาก 1.0 ไปเป็น 3.0 นะครับแบบนี้ไม่ควรทำนะครับ ซึ่งบางทีอาจจะทำให้เกิดการสับสนระหว่างผู้ใช้โปรแกรม (User) หรือ แม้กระทั่งตัวท่านเองก็ได้ครับ ..
- Type II :: สำหรับในแบบที่สองนี้ก็จะเป็นอะไรที่ละเอียดละอ่อนนิดนึงครับ เรียกได้ว่าเป็นแบบเจาะลึกถึงรายละเอียดของการ Update ของโปรแกรมท่านเลยละครับ เพราะในแบบนี้ก็จะมีในเรื่องของ คำศัพท์ภาษาอังกฤษมาเกี่ยวเนื่องด้วย หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะเวอร์ชั่นมันมีแต่แบบตัวเลขไม่ใช่เหรอ ตัวอักษรภาษาอังกฤษมันเกี่ยวอะไรกันด้วยละ ? แน่นอนครับผมคิดว่าหลายท่านคงอาจจะเคยเป็นหลายโปรแกรมมากๆ ที่มีชื่อก่อนเวอร์ชั่นด้วยคำว่า Alpha หรือคำว่า "a" และ Beta หรือคำว่า "b"
เช่นโปรแกรม ICQ 2000a หรือ ICQ 2000b แบบนี้เป็นต้น เราจะมาบอกกันนะครับว่า Alpha กับ Beta มันต่างกันอย่างไร ..
Alpha Version "a" : สำหรับในเวอร์ชั่น Alpha (อัลฟ่า) นี้ ส่วนมากแล้วเขาจะนิยมตั้งกัน สำหรับโปรแกรมที่เพิ่งพัฒนาเสร็จครับ โดยจะละไว้ในฐานที่เข้าใจกันเลยว่า โปรแกรมในเวอร์ชั่น Alpha นี้ จะมี BUG หลงเหลืออยู่มากมาย เรียกได้ว่า เป็นตัว ทดสอบ นะแหล่ะครับ โดยผู้พัฒนาส่วนใหญ่จะปล่อยออกมาเพื่อให้คนลองใช้โปรแกรม แบบฟรีๆ จะไม่มีการคิดเงินใดๆ ทั้งสิ้น และก็จะมีระบบการรายงานสิ่งผิดพลาดของโปรแกรม
หรือที่หลายท่านอาจจะเคยเห็นว่า BUG Report เพื่อที่จะรายงานสิ่งผิดพลาดของโปรแกรมกลับไปยังผู้พัฒนา เพื่อทำการดำเนินการแก้ไขต่อไปครับ .. การตั้งเวอร์ชั่นนี้ก็อาจจะทำได้ 3 แบบคือ 1.0 Alpha หรือ Alpha 1.0 หรือ 1.0a ครับ อันนี้ก็สุดแท้แต่ผู้พัฒนาโปรแกรมจะพึงพอใจครับ ..
Beta Version "b" : ใน Beta (เบต้า) เวอร์ชั่นนั้นนี้ก็หลังจากที่ออกเวอร์ชั่น Alpha มาแล้วคราวนี้มาเป็น Beta ก็แล้วครับ ในเวอร์ชั่นนี้ หลายคน หรือ เกือบทุกคนเลยก็จะเข้าใจว่า สามารถที่จะนำโปรแกรมมาใช้งานได้จริงๆ เกือบ 100% แล้วละครับ โดยทางผู้พัฒนาโปรแกรมจะต้องแน่ใจแล้วว่า มี BUG ของโปรแกรมให้เหลือน้อยที่สุด จึงจะตั้ง Version นี้ได้นะคร๊าบ อิอิ เพราะคนส่วนใหญ่จะมั่นใจแล้วครับว่า โปรแกรมใน เวอร์ชั่น นี้สามารถที่จะนำมาใช้งานได้แล้ว ..
- ครับและก็ทั้งหมดนี้ก็เป็นหลักและวิธีการตั้ง เวอร์ชั่นคร่าวๆ นะครับ หวังว่าคงจะได้ประโยชน์จากส่วนนี้ไปไม่มากก็น้อยละครับ และอย่าลืมนะครับว่า การตั้งเวอร์ชั่นนั้น ไม่มีหลักการที่ตายตัว บางโปรแกรมอย่างเช่นพวกเกมส์ หลายท่านอาจจะเห็นว่ามันไม่เป็น Version แล้วแต่มันเป็นภาคเลยก็ได้ อันนี้ก็สุดแท้แต่ละครับ ... Version มันเป็นเพียงการบอกว่าโปรแกรมของท่าน พัฒนาไปในขั้นไหน หรือว่า มีการพัฒนาไปบ้างหรือยัง เท่านั้นเองนะครับ ..
|
|
จะเปิดให้คนดาวน์โหลดได้แล้วหรือยัง ? |
 |
คุณก็สามารถที่จะ เปิดให้คนอื่นเข้ามา ดาวน์โหลดโปรแกรมของคุณได้ทุกเมื่อที่ท่านต้องการนะแหละครับ เพียงแต่ว่าคุณต้อง อาศัยความมั่นใจหน่อย การออกโปรแกรมมามันก็ เหมือนกับการ โทรไปจีบสาวครั้งแรก (แต่ผมเองก็ไม่กล้านะ 555) คือเอาเข้าเรื่องเลยดีกว่า คือว่าการที่คุณจะออกโปรแกรมมาสักตัวเนี๊ย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นเวอร์ชั่นแรกของคุณเนี๊ย
ผมเองก็รู้ดีครับว่าตัวเองหรือผู้พัฒนาโปรแกรม นั้นจะต้องรู้สึกกังวลอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น - เขาจะชอบ โปรแกรม / เกมส์ ของเรามั้ย
- BUG ของโปรแกรมเราละจะมีเยอะมั้ย
- Rating (เรตติ้ง) ละจะเป็นยังไงบ้าง (คนจะโหลดเยอะมั้ย)
- ข้อนี้สำคัญนะ เราจะทำเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขาเจ๊งมั้ย 55
จาก 3 ข้อแรกที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนั้นคุณไม่ต้องกังวล เลยครับมันเป็นของตายสำหรับทุกโปรแกรมอยู่แล้วที่จะต้องมี BUG มันอยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อยก็เท่านั้นแหล่ะ ถ้าปล่อยโปรแกรมออกไปแล้วก็ หมั่น ตรวจเช็ค E-Mail บ่อยๆ ครับ รอรับ Feedback ของผู้ใช้กลับมา และอีกอย่างคนเราก็มีสิทธิ์ที่จะชอบหรือไม่ชอบ คนเราความคิดเห็นต่างกันครับ แต่ผมขอ ยกเว้นข้อ 4 เพราะถ้าเกิดว่าคุณทำคอมพิวเตอร์เขาเจ๊งหรือเสียหายเช่น ไปยุ่งอะไรกับระบบ System เขา , นำไวรัสติดโปรแกรมไป หรือจะ ไปทำให้ เครื่องเขา Boot ไม่ขึ้น ละก็ E-Mail หลายสิบ หลายร้อย ฉบับได้ปลิวว่อนมาหาท่านแน่ๆ ครับ อันนี้ขอเตือนว่า ให้ตรวจสอบก่อนให้ถี่ถ้วน เพราะบางทีเครื่องท่านอาจจะไม่มีปัญหา แต่เครื่องคนอื่นอาจจะมีปัญหา ฉะนั้นท่านควรนำไปทดสอบกับคอมพิวเตอร์
เครื่องอื่นๆ อย่างน้อยถึง 3 เครื่อง (ย้ำ อย่างน้อย 3 เครื่อง) เพื่อ ตรวจสอบให้แน่ใจก่อน ว่าไม่มีปัญหากับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่นๆ อย่างแน่นอนครับ ถ้าข้อ 4 นี้ไม่มีปัญหา ก็ปล่อยออกมาได้เลยครับ ..
|
|
จะโปรโมต โปรแกรมให้คนดาวน์โหลดทำไงละเนี๊ย ? |
 |
ในเมื่อเขียนโปรแรกมเสร็จแล้ว คงไม่มีใครหรอกครับ ที่จะรอช้า ก็รีบนำโปรแกรมของตัวเองออกสู่สาธารณชนเลย ถูกต้องละครับแนวทางการที่จะโปรโมทของโปรแกรมออกสู่ผู้ใช้คนอื่นก็มีอยู่หลายทางด้วยกันครับ เช่น การที่จะไปขอให้นิตยสารคอมพิวเตอร์บางฉบับที่เขามีพวกแผ่น CD พร้อมโปรแกรม
แจกให้กับผู้ซื้อ คุณก็อาจจะลองไปติดต่อเขาดูเป็นการส่วนตัวได้ครับ แต่สำหรับอีกวิธีนึงที่ง่ายกว่านี้ ก็ไม่ใช่วิธีไหนอื่นไกล ก็เป็นวิธีที่ส่งโปรแกรมเข้ามาในเว็บไซต์ รวมโปรแกรมให้ดาวน์โหลดไงละครับ ในเมืองไทยเราก็มีอยู่หลายเว็บไซต์เหมือนกันครับ แต่ที่เห็นๆ ก็มีอยู่ 3 เว็บไซต์ ด้วยกันครับ
- Thaiware.com ::: สำหรับเว็บไซต์นี้ (ก็เว็บที่คุณกำลังเข้าอยู่นี่ไง 555) คุณสามารถเข้าไปส่งรายละเอียด พร้อมกับรายละเอียดในการส่งไฟล์ เพื่อลงฐานข้อมูล (Database) ได้ในหน้านี้ครับ < = Click Here = >
- Download.in.th ::: สำหรับเว็บไซต์นี้ คุณสามารถเข้าไปส่งรายละเอียด พร้อมกับรายละเอียดในการส่งไฟล์ เพื่อลงฐานข้อมูล (Database) ได้ในหน้านี้ครับ < = Click Here = >
ก็หลังจากที่ท่านนำโปรแกรมลงไปแล้วก็ คอยดู Feedback ของโปรแกรมตัวเองที่จะกลับมาไม่ว่าจะเป็นทาง Webboard ของโปรแกรมนั้นๆ หรือจะจากทาง E-Mail , ICQ , MSN ก็สุดแท้แต่ครับ แล้วก็นำกลับมาปรับปรุงกับโปรแกรมของเรานี้น่ะแหละครับผม ลองดูละกันนะครับ เผลอๆ ดีไม่ดี ลงตามเว็บไซต์เหล่านี้แล้ว อาจจะมีแมวมองเข้ามาดูผลงานของตัวเองน่าสนใจ นำไปโปรโมทลงสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ , โทรทัศน์ , วิทยุ ฯลฯ อย่างเช่น โปรแกรมไล่ยุง ที่ลงในเว็บเราเคยดังแบบพลุแตกมาแล้วครับ ยังไงก็ขอให้โชคดีทุกท่านเลยครับ ...
|
|
เขียนโปรแกรมออกมาแล้วจะออกเวอร์ชั่นใหม่ ปรับปรุงอะไรเพิ่มดี ? |
 |
|
ในเรื่องของการปรับปรุง โปรแกรมเพื่อที่จะ ออกในเวอร์ชั่นถัดไปนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการคำนึงถึงนะครับ นั่นคือ คุณควรที่จะแก้ไข สิ่งผิดพลาด (BUG) ในโปรแกรมที่เกิดขึ้นในเวอร์ชั่นที่แล้ว ของคุณให้หมดไปเสียก่อน (จะได้ไม่เป็น " ดินพอกหางหมู ") หลังจากนั้นก็ค่อยจะมาคิดว่า จะปรับปรุงรูปแบบของโปรแกรมหรือเกมส์อย่างไรดี ครับ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ ...
หากว่าท่านได้แก้ไข สิ่งผิดพลาด (BUG) ของโปรแกรมจนคิดว่าแทบจะไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้วนั้น ท่านก็สามารถที่จะพัฒนาขีดระดับความสามารถของ โปรแกรม หรือว่า เกมส์ นั้นๆ ต่อไปได้อีกขั้นนึงละครับ ในที่นี้ผมก็ได้แค่แนะนำละครับ สิ่งคงจะไปบอกให้ Update ตรงโน้น เปลี่ยนสีตรงนี้ หรือทำอย่างโน้นทำอย่างนี่คงจะไม่ได้แน่ละครับ
เพราะว่า คนเราใครๆ ก็ย่อมที่จะชอบสิ่งใดไม่เหมือนกันอยู่แล้วครับ และซึ่งตรงจุดนี้เอง ผมคิดว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่กำลังติดตามผลงานของท่านอยู่ ครับ เพราะฉะนั้น
ก็ อย่าทำให้พวกเขาเหล่านั้นผิดหวัง นะคร๊าบผม ขอให้โชคดีทุกคนเลยนะครับ ..
|
|
ทำคนเดียวชักจะไม่ไหวแล้ว หาทีมงานเพิ่มดีกว่า แล้วหายังไงที่ไหนละเนี๊ย ? |
 |
|
เป็นที่จริงแท้และแน่นอน กันอยู่แล้วนะครับ ว่าไม่มีใครทำงานที่ใหญ่ๆ สำเร็จด้วยคนเดียวหรอกครับ สำหรับในเรื่องของคนพัฒนาโปรแกรมนั้น แน่นอนครับ เขาคนนั้น
ก็จะต้องมีความสามารถในเรื่องของ การเขียนโปรแกรม (Programming) อยู่แล้ว แต่ การที่ โปรแกรมนั้นๆ จะออกมาดูแล้วสมบูรณ์แบบทุกอย่าง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเขียน โปรแกรมอย่างเดียว
มันมีปัจจัยอะไรอีกหลายๆ อย่างที่จะต้องมารองรับความสามารถในการเขียนโปรแกรม ครับ เช่น โปรแกรม หรือตลอดจนเกมส์ ที่ดีนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้คือจะต้องมี Interface หรือ รูปร่างหน้าตา ที่ดี
ด้วย เพื่อเป็นแรงดึงดูดให้คนหลายคนเข้ามาใช้ โปรแกรม หรือ เกมส์ ของท่าน ครับ และแน่นอนครับ ทุกท่านที่เขียนโปรแกรม หรือ เกมส์ จะต้อง ทำคนเดียวไม่ไหวแน่ๆ (อาจจะมีบางคนที่ทำได้ อันนี้ข้าน้อยขอคาราวะ ครับ อิอิ)
เพราะไหนจะต้องศึกษาเรื่อง Programming แล้วยังต้องมาเรียนรู้เรื่องเทคนิคการสร้างภาพ Graphic ต่างๆ อีก ถ้าทำไม่ไหว เราจะต้องมีการประกาศ เรียกมือดีเข้ามาจัดการในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาพ หรือเสียง (เสียงนี่ เหมาะสำหรับเกมส์ นะครับ)
วิธีการประกาศหามีอยู่หลายวิธีครับ เช่น การที่ท่านเขียนประกาศรับสมัคร ในโปรแกรม หรือ เกมส์ ของท่านเช่นเปิดเกมส์ขึ้นมาปุ๊บก็จะเจอข้อความที่ท่านเขียน ประกาศเอาไว้ก่อนเลย แล้วหลังจากนั้นค่อยให้ USER กดปุ่ม " OK " หรือ " Enter " เพื่อทำการเข้า
โปรแกรม / เกมส์ ต่อไป สำหรับอีกวิธีนึงก็ เป็นวิธียอดนิยม ครับคือ ไปโพสประกาศรับสมัครเอาในเว็บบอร์ด (Webboard) ต่างๆ ครับลองดูนะครับ ..
|
|
 |
|